สมัครรับข่าวสาร


ทำไมต้องใช้เครื่องปั่น 3.5 แรงม้า

 Q ทำไมจึงต้องเลือกใช้เครืองปั่นผักผลไม้ 3.5 แรงม้า ?
 A : การกินอินทรียสารจากพืชของผมตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมาเริ่มต้นจากเครื่องคั้นทั่วไปแล้วค่อยๆ ยกระดับเป็นเครื่อง 1 แรงม้า 2.4 แรงม้า จนถึง 3 แรงม้า และปัจจุบันผมใช้เครื่องปั่นผักผลไม้ 3.5 แรงม้า พบว่าเครื่องปั่นผักผลไม้ 3 แรงม้า และ 3.5 แรงม้า ที่ใช้ในขณะนี้ช่วยสกัดสารอินทรีย์ออกมาำได้มากที่สุด คือราว 80% ในหนังสือ "ธรรมชาิติช่วยชีวิต" ระบุอย่างชัดเจนว่า การป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ป้องกันมะเร็งและการชะลอความแก่ไม่ใช่เรื่องยากขอเพียงร่างกายดูดซึมอินทรีย์สารจากพืชปริมาณมาก ๆ ก็จะทำให้เซลล์ได้รับการซ่อมแซมและมีชีวิตชีวา ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันและระบบการรักษาตัวเองเข้มแข็งขึ้นในขณะเดียวกัน อุณหภูมิของน้ำผักผลไม้ที่เพิ่งปั่นเสร็จสำคัญอย่างยิ่ง อุณหภูมิราว 39 ํC ช่วยให้เอนไซม์ตื่นตัวและทำให้สรรพคุณของอินทรียสารจากพืชเพิ่มขึ้นสามเท่าตัว ถ้าอุณภูมิเกิน 40 ํC อาจทำให้เอนไซม์ในอินทรียสารจากพืชถูกทำลาย  ปัจจุบันมีเพียงเครื่องปั่นผักผลไม้ขนาด 3 แรงม้าขึ้นไปเท่านั้น ที่สกัดอินทรียสารจากพืชได้ค่อนข้างมาก และรักษาอุณภูมิไม่เกิน 39 ํC ผมได้แต่ภาวนาว่า ในอนาคตอันใกล้เทคโนโลยีคงจะก้าวหน้าไปอีก จนผลิตเครื่องปั่นผักผลไม้ที่สกัดอินทรียสารจากพืชออกมาได้ 100% ในอุณหภูมิไม่เกิน 39 ํC หากเป็นเช่นนั้นก็จะช่วยให้ผู้คนจำนวนมากบรรลุเป้าหมายฝนการชะลอความแก่และป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างแท้จริง

Q
ต้องใช้เครื่องปั่นผักผลไม้ขนาด 3.5 แรงม้า เท่านั้นหรือแรงม้ายิ่ง
      สูงยิ่งดีใช่ไหม ?
A : ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปั่นผักผลไม้ขนาด 3.5 แรงม้า เสมอไปเพียงแต่ว่าเครื่องปั่นขนาด 3.5 แรงม้า คือเครื่องทีสกัดอินทรียสารจากพืชออกมาได้มากที่สุดในปัจจุบัน ที่ผมแนะนำให้ใช้ ในอนาคตหากเทคโนโลยีพัฒนามากยิ่งขึ้น และมีเครื่องที่สกัดอินทรียสารจากพืชออกมาได้ 100% ในอุณหภูมิไม่เกิน 39 ํC ก็จะยิ่งดี เครื่องปั่นผักผลไม้มิใช่ว่ายิ่งแรงยิ่งดี หากต้องสกัดอินทรียสารจากพืชได้ 100% จึงจะดีที่สุด ปัจจุบันเครื่องกำลังแรงที่สุดในตลาดน่าจะอยู่ที่กำลัง 3.5 แรงม้า ซึ่งก็สกัดอินทรียสารจากพืชได้ราว 80% เท่าันั้น จึงหวังว่าในอนาคตอันใกล้จะมีเครื่องไฟฟ้าที่ดียิ่งขึ้นที่สกัดอินทรียสารจากพืชได้ 100% และอินทรียสารจากพืชที่สกัดออกมาจะมีขนาดเท่ากับโมเลกุลของพืชผักผลไม้โดยมีหน่วยวัดเป็นหน่วยอังตรอม ( Angstrom unit ) ซึ่งจะทำให้สารอาหารเข้าสู่เซลล์ได้ง่ายกล่าวอีกนัยหนึ่งคือเครื่องปั่นผักผลไม้ที่มีกำลังเกินความสามารถในการสกัดอินทรียสารจากพืช 100% แล้วถือเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะอาจมีส่วนทำลายอินทรียสารจากพืชและทำลายหน่วยอังสตรอมของโมเลกุลผักผลไม้ ส่วนจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการวิจัยค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องดังกล่าว




(อ้างอิงจาก : หนังสือธรรมชาติช่วยชีวิต 100 คำถาม Dr.To Wu)




ทำไมต้องเลือกใช้เครื่องปั่นขนาด 3.5 แรงม้า ?

จำเป็นไหมต้องเป็นเครื่องปั่นขนาด 3.5 แรงม้า ?

เครื่องปั่นน้ำผักผลไม้ ยิ่งแรงยิ่งดีจริงหรือไม่ ?

การคำนวณโดยทั่วไปคือ 745 วัตต์เท่ากับ 1 แรงม้า แต่กระแสไฟเข้าเครื่องปริมาณต่างกันก้อาจทำให้จำนวนรอบความเร้วของเครื่องต่างกัน และมีผลต่อกำลังสูงต่ำของแรงม้าด้วยดังนั้นกำลังไฟฟ้า 745 วัตต์อาจให้กำลัง 2 แรงม้าก็เป็นได้ สิ่งที่ควรทราบคือ กำลังแรงม้ามิได้ขึ้นอยู่กับความเร็วช้าของระบบหมุน หรือความคมของใบมีดเป็นเกณฑ์ขอแนะนำให้ผู้อ่านสอบถามจากร้านจำหน่าย หรือผู้เชี่ยวชาญด้ารเครื่องไฟฟ้าเวลาซื้อโดยทั่วไปแล้วเครื่องปั่นผักผลไม้ 3.5 แรงม้าจำนวนรอบความเร็วจะอยู่ในราว 45,000 รอบ

 
 

 การบำรุงสุขภาพประจำวันจะใช้เครื่องปั่นผักผลไม้ไม่ถึง 2 แรงม้าได้หรือไม่ ?


ใช้ได้เพียงแต่ว่าน้ำผักผลไม่้จะไม่ละเอียดพอและดื่มยาก ขณะเดียวกันก็จะได้อินทรียสารจากพืชน้อยลงด้วย ขอเพียงเห็นว่าน้ำผักผลไม้ที่ปั่นออกมารสชาติอร่อยและมีอินทรียสารจากพืชเพียงพอ สามารถสนองความต้องการของระบบรักษาตัวเองของร่างกายทั้งพยายามดื่มทุกวันอย่างสม่ำเสมอก็จะได้ผลเช่นกัน